กิน “กระเจี๊ยบเขียว” ทุกวัน ร่างกายจะเปลี่ยนอย่างไร?

กระเจี๊ยบเขียว ผักน้ำพริกยอดนิยม กินง่าย ถ่ายคล่อง ลดน้ำตาลในเลือด✨

ถ้าคุณกำลังมองหาผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและดีต่อระบบย่อยอาหาร ไม่ต้องมองไปไหนไกล ลองหันมาเลือก “กระเจี๊ยบเขียว” มาทานกันดูค่ะ
.
เพราะเจ้าผักตัวนี้ไม่ได้แค่มีรสชาติอร่อย จิ้มกับน้ำพริกก็ยิ่งอร่อย แต่มันยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญอย่าง กรดโฟลิก โพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมาย
.
แถมยังมีแคลอรี่ที่ต่ำและกากใยที่สูงมาก ทำให้กระเจี๊ยบเขียวเป็นหนึ่งในพืชผักที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมไปถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักค่ะ นอกจากนี้กระเจี๊ยบเขียวยังมีประโยชน์ต่างๆ ดังนี้
.
1️⃣ ช่วยในระบบขับถ่าย
เพราะเมือกลื่นของกระเจี๊ยบเขียวนั้นเป็นใยอาหารชนิดที่ไม่ละลายน้ำ เมื่อรับประทานเข้าไปจะไม่ถูกย่อย แต่จะเดินทางไปจนถึงลำไส้ใหญ่ แล้วปนกับอุจจาระ จึงทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น และสามารถถ่ายออกมาได้ง่ายกว่าปกติ
.
2️⃣ ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล
เส้นใยของกระเจี๊ยบเขียวนั้นจะไปจับกับน้ำดี ซึ่งอุดมไปด้วยสารพิษและไขมันต่างๆ และขับออกทางอุจจาระ จึงมีส่วนช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล รวมไปถึงสารพิษต่างๆ ได้
.
3️⃣ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เนื่องจากในฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มาก จึงช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ โดยเมือกในกระเจี๊ยบเขียวจะไปเคลือบกระเพาะ ขัดขวางการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย
.
4️⃣ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร
หากรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำ สารไกลโคไซเลทของกระเจี๊ยบจะช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้เชื้อ H.Pylori ต้นเหตุของโรคกระเพาะอาหารลื่นจนจับกระเพาะไม่อยู่ และยังมีสาร Pectin และ Gum ที่ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
.
5️⃣ ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
กระเจี๊ยบเขียวยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดและควบคุมน้ำหนักอีกด้วย เนื่องจากมีปริมาณแคลอรี่ที่น้อยมากเพียง 25 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม และมีเส้นใยอาหารสูงถึง 4 กรัม จึงช่วยเพิ่มความอิ่มในท้อง ทำให้รู้สึกอิ่มนาน และไม่รู้สึกหิวอย่างรวดเร็ว
.
❗️ข้อควรระวัง
1. กระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยออกซาเลต (Oxalates) ซึ่งเป็นสารที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม หากบริโภคในปริมาณมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในไตได้
2. ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) ในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ควรบริโภคกระเจี๊ยบเขียว หรือเว้นระยะห่าง 1-2 ชั่วโมง เพราะอาจไปลดประสิทธิภาพของตัวยาลง
3. กินใยอาหารมากเกินไปอาจขัดขวางการดูดซึมของวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด
4. กระเจี๊ยบเขียวจากบางแหล่งมีสารเคมีเป็นพิษตกค้างมาก ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาบริโภค