แม่แค้นจัด ลูกสาววัย 16 ถูกแฟนหนุ่มหลอกไปขืนใจ บอกเยื่อพรหมจรรย์งอกใหม่ได้ ลวงฝ่ายชายมา “สั่งสอน” แบบให้จำจนตาย
กลายเป็นคดีความที่ถูกพูดถึงอย่างมากในไต้หวัน เมื่อช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา เมื่อคุณแม่รายหนึ่งนามว่า “อาอิง” (นามสมมติ) พบความจริงที่น่าตกใจว่าลูกสาววัย 16 ปีของเธอ ถูก “อาเฉียง” (นามสมมติ) อดีตแฟนหนุ่มล่อลวงไปขืนใจที่บ้านสังกะสีแห่งหนึ่ง แถมฝ่ายชายยังให้ข้อมูลผิดๆ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้มีเซ็กซ์โดยไม่ป้องกันว่า เยื่อพรหมจรรย์สามารถงอกใหม่ได้ และการหลั่งในไม่ทำให้ตั้งท้องเพราะอยู่ในช่วงระยะปลอดภัย
เมื่อผู้เป็นแม่ทราบเรื่องความเจ็บปวดของลูกสาว จึงเกิดความโกรธแค้นจนขาดสติ นัดฝ่ายชายมาพบที่บ้านก่อนจะใช้ไม้กอล์ฟกระหน่ำตีเพื่อสั่งสอนจนบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ข้อความโจมตีฝ่ายชายผ่านโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่คดีความในชั้นศาล
แม่คุมสติไม่อยู่ ลงมือศาลเตี้ยลงโทษหนุ่มวัยรุ่น
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจาก อาอิง พบว่าแม้ลูกสาวจะเลิกรากับอาเฉียงไปแล้ว แต่อีกฝ่ายยังคงตามรังควานและเคยล่อลวงลูกสาวไปล่วงละเมิดทางเพศ เธอจึงนัดเด็กหนุ่มมาที่บ้านเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อฝ่ายชายยอมรับว่าไม่ได้รักษาคำสัญญาที่จะไม่มีเซ็กซ์กับลูกสาวก่อนอายุ 18 ปี อาอิงจึงใช้ไม้กอล์ฟตีสั่งสอนอย่างรุนแรง
รายงานจากศาลเขตไทจงระบุว่า อาเฉียงได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง และมีอาการไอเป็นเลือด ซึ่งถือว่าเป็นการบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรงจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

โพสต์ประจานผ่านโซเชียลและขู่เอาชีวิต
นอกจากการทำร้ายร่างกายแล้ว อาอิงยังได้ล็อกอินเข้าบัญชีอินสตาแกรม (IG) ของลูกสาวเพื่อโพสต์ข้อความด่าทออาเฉียงด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยแฉพฤติกรรมของฝ่ายชายที่หลอกลวงลูกสาวเรื่องความรู้ทางเพศที่ผิดเพี้ยน เช่น
- หลอกว่าเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดไปแล้วจะสามารถงอกกลับมาใหม่ได้
- อ้างว่าการหลั่งในไม่เป็นไรเพราะเป็นช่วงปลอดภัย
- ใช้ถ้อยคำด่าทอถึงบุพการีและเปรียบเทียบฝ่ายชายเป็นสัตว์
นอกจากนี้ เธอยังโพสต์ข้อความข่มขู่ว่าจะให้คนไปจัดการ และขู่ว่า “เตรียมเกิดคดีฆาตกรรมที่บ้านได้เลย” รวมถึงแช่งให้ฝ่ายชายถูกรถชนตาย ทำให้อาเฉียงรู้สึกหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด
คำตัดสินของศาล: กฎหมายไม่สนับสนุนการใช้ศาลเตี้ย
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ในขณะเกิดเหตุอาเฉียงมีอายุเพียง 17 ปี (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) การที่อาอิงซึ่งเป็นผู้ใหญ่จงใจทำร้ายร่างกายเยาวชน ถือเป็นการกระทำที่ต้องเพิ่มโทษตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน แม้ผู้พิพากษาจะแสดงความเห็นใจในฐานะแม่ที่ต้องการปกป้องลูก และเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มีต้นเหตุมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของฝ่ายชาย แต่การใช้ความรุนแรงและศาลเตี้ยเป็นสิ่งที่กฎหมายยอมรับไม่ได้
ศาลจึงมีคำพิพากษาดังนี้:
- ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย: จำคุก 4 เดือน (สามารถเปลี่ยนเป็นค่าปรับแทนการจำคุกได้)
- ความผิดฐานหมิ่นประมาท: กักขัง 50 วัน (สามารถเปลี่ยนเป็นค่าปรับได้)
คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองว่า แม้จะโกรธแค้นเพียงใด การใช้กระบวนการทางกฎหมายจัดการปัญหาคือทางออกที่ถูกต้องที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องกลายเป็นจำเลยเสียเอง